วันๆ คิดแต่จะออกนอกโรงพยาบาล
หมออย่างนี้คนไข้คงสรรเสริญล่ะ
มหาวิทยาลัยรังสิต

ลักษณะทั่วไป
โฆษณาที่ใช้อารมณ์ในการนำเสนอภาษาพูดที่ช่วยในการดึงดูดความน่าสนใจ ภาพสื่อหมายถึงต้องการโฆษณาว่านักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ภาพของคุณหมอที่ดูแลชาวเขาที่ทุกยากห่างไกล โทนสีภาพสีคล้ำแต่ยังคงความสดใสของสีสันไม่มากมาประกอบสร้างอารมณ์ให้กับผู้รับสาร เห็นถึงความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อย ความห่างไกล แต่ใช้อารมณ์รูปที่สื่อออกมาถึงความสุข ความใสใจ การทำอะไรให้กับสังคม บวกกับอารมณ์ภาพมือของหมอที่ประสานจับกับคุณยายและเด็กๆภาพที่สะท้อนให้ความหมายการย้ำเตือนอารมณ์และความรู้สึกอย่างดี พร้อมใช้คำพูดในการดึงดูดความน่าสนใจ วันๆ คิดแต่จะออกนอกโรงพยาบาล หมออย่างนี้คนไข้คงสรรเสริญล่ะ
ความหมายในตรง
นักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง(เป็นโฆษณาของมหาวิทยาลัยจึงตีความว่าเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาทางด้านแพทย์)ออกตรวจสุขภาพแก่พี่น้องชาวเขาที่อยู่ห่างไกล ในท้องถิ่นธุระกันดาร จิตวิญญาณของแพทย์คือการช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกท้องถิ่นไม่ว่าหนทางจะยาวไกลลำบากแค่ไหน แต่เมื่อได้ทำแล้วมันก็สุขใจที่ได้ทำ คำโปรยยกย่องในอาชีพแพทย์
ความหมายโดยนัยประวัติ
จากการวิเคราะห์ทำให้เห็นว่าสามารถถอดชุดมายาคติชุดหนึ่งได้ ผู้ออกแบบสื่อโฆษณาชุดนี้ต้องการสร้างอคติในการทำงานของนักศึกษาแพทย์คนนี้ว่า วันๆ คิดแต่จะออกนอกโรงพยาบาล การตีความโดยทั่วไปทำให้คิดไปได้ว่า วันๆเขาเป็นแพทย์ทีไม่ทำอะไร คิดแต่จะหนีออกไปนอกโรงพยาบาล เป็นการสร้างทัศนะคติแก่ผู้รับสารทางลบแต่เมื่ออ่านคำต่อไปเรื่อยๆ หมออย่างนี้คนไข้คงสรรเสริญล่ะ จริงๆถ้าอ่านแต่คำพูดโดยไม่มองเห็นภาพที่จะทำเสนอ อาจเกิดคำถามให้กับผู้รับสารได้ไม่น้อยเลยทีเดียวว่า ทำไมคนต้องสรรเสริญแพทย์พวกที่ไม่ทำงานอยู่โรงพยาบาล เป็นการเล่นคำในการใช้ภาษาพูดที่ให้อารมณ์ตรงกันข้าม เมื่อปริศนาที่คลายออกมาจากภาพ ก็จะทราบความหมายของแพทย์คนนึ่งที่ออกตรวจสุขภาพ สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวเขาที่อยู่ห่างไกล ท่ามกลางป่าเขาสุดแสนไกล การเดินทางที่ลำบาก ต้องบากบั่นของความเป็นวิชาชีพ ประกอบสร้างกับโทนสีภาพให้อารมณ์ความรู้สึกสะท้อนใจ ความรู้สึกหดหู่ แต่ก็ยังมี รอยยิ้มที่แสดงออกมาเชื่อมความสัมพันธ์กัน
รหัสต่างๆ ร่วมกันทำปฏิบัติการการสื่อสาร
โทนสีภาพให้อารมณ์รู้สึกหดหู่ ความห่างไกล ความยากลำบาก หรืออาจเป็นช่วงเวลาพลบค่ำ(ทำไมไม่เป็นกลางวัน) มาประกอบสร้างให้เห็นว่า การเดินทางของแพทย์ที่เดินมาด้วยความห่างไกล(ฉากหลังที่เป็นภูเขา สลับซับซ้อนไปมา) ผสมผสานการแต่งกาย(มิดชิด)ด้วยความหนาวเหน็บ ข้างคุณหมอมีกระเป๋ายาใบเล็กๆใบหนึ่งพร้อมขวดยาสร้างอารมณ์ให้กับผู้รับสารว่าเขาตั้งใจที่จะทำหรือเดินทางมาด้วยใจเพื่อที่จะมารักษาโดยไม่ต้องการสภาพสังคมเมืองที่มีความสะดวกสบายเห็นได้จากคำพูด วันๆ คิดแต่จะออกจากโรงพยาบาล ซึ้งผู้วิเคราะห์คิดว่า โรงพยาบาลน่าจะอยู่กลางเมืองกลางจังหวัดที่มีความสะดวกสบาย ซึ่งหมออย่างเขาไม่ต้องการ สีหน้ารอยยิ้มแห่งความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับช่วยสะท้อนเรื่องราวดีๆให้กับผู้รับสารต่อไป
โฆษณาชุดนี้ประกอบสร้างสารต่างๆมากมายที่ต้องการนำเสนอ การเรียนการสอน ในทางด้านแพทย์ศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิตที่ต้องการฉีดแนวมาจากโฆษณาทั่วไปตามมหาวิทยาลัยอื่นๆ ผู้รับสารจึงเกิดทัศนะคติทางบวกแม้จะเป็นการสัมผัสจากอารมณ์ของคำโปรยในทางตรงกันข้ามที่ติดมากับภาพที่แสดงออกมา ในการเป็นแพทย์ที่คืนอะไรให้กับสังคม ที่สะท้อนการเรียนในการปลูกฝังวิชาชีพของเด็กแพทย์ที่นี่ ทำให้ผู้รับชมรู้สึกถึงความโดดเด่นในการสะท้อนเรื่องราวของสังคมออกมาที่ห่างไกล
ความหมายของผู้ชมในการรับสารชิ้นนี้สร้างทัศนคติได้เชิงบวก มีคุณค่าต่อสังคม เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น
สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการกระตุ้นให้ผู้สนใจเข้าศึกษาต่อ(กลุ่มเป้าหมายหลัก) หันมามองโฆษณานี้เป็นทางเลือก จริงๆแล้วทางมหาวิทยาลัยรังสิตผลิตสื่อโฆษณาชุดนี้ในสายวิชาชีพต่างๆ ออกมาหลายๆชุด ตามตัวอย่างที่จะแนบมาให้ดูซึ่งเป็นการฉีกแนวรูปแบบของการโฆษณาในการเล่นคำที่บิดเบือนจากความจริงแต่ให้ความหมายทางบวกเป็นไปตามจุดประสงค์หลักที่ต้องผู้ออกแบบโฆษณาต้องการสื่อสารออกไป
ภาพโฆษณาชุดนี้เป็นการสร้างสรรค์ ให้คนดูเปลี่ยนทัศนคติเรื่องลบ กลายเป็นเรื่องบวก





